GPRS, EDGE, EDGE+, CDMA, 3G, 3G+, H+,4G

GPRS, EDGE, EDGE+, CDMA, 3G, 3G+, H+, 4G คืออะไร

กับคำถามที่หลายๆ คนสงสัย ว่าทำไม ต้องมี 2G 3G 4G และอนาคตก็จะมี 5G อีก

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักับเทคโนโลยีแต่ละรูปแบบกัน

1G เป็นเทคโนโลยีการรับส่งข้อความด้วยเสียง Voice เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี การสื่อสารแบบ Analog ได้รับการพัฒนาเป็นครั้งแรกในเครือข่ายโทรศัพท์ NTT ของประเทศญี่ปุ่นและมีการใช้ครั้งแรกที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1979 ก่อนจะเริ่มแพร่หลายใช้ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น และเข้ามาสู่ประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย (ยุโรปตอนเหนือ) ในปี 1981


 

2G เริ่มมีการพัฒนารูปแบบการส่งคลื่นเสียงแบบ Analog มาเป็น Digital โดยการเข้ารหัส โดยส่งคลื่นเสียงมาทางคลื่นไมโครเวฟ ช่วยให้การติดต่อสื่อสารมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีการเข้าถึงช่องสัญญาณของผู้ใช้เป็นลักษณะเชิงผสมระหว่าง FDMA และ TDMA (Time Division Multiple Access) เป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารทำให้รองรับปริมาณผู้ใช้งานที่มีมากขึ้นได้

2.5G เป็นยุคของ GPRS (General Packet Radio Service) รองรับความเร็วสูงสุดถึง 115 Kbps แต่ได้จริงๆ ประมาณ 10 – 50 Kbps  มีระบบ MMS (Multimedia Messaging Service) หน้าจอโทรศัพท์เริ่มเข้าสู่ยุคหน้าจอสี และเสียงเรียกเข้าก็ถูกพัฒนาให้เป็นเสียงแบบ Polyphonic สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้โดยมีเว็บเพจน่าสนใจได้แก่ wap.wappey.com

2.75G หรือ EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) โดยใช้รับ – ส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่า GPRS ประมาณ 4 เท่าได้ คือประมาณ 220 – 236.8 Kbps แต่จริงๆแล้ว เทคโนโลยี EDGE นี้สามารถรองรับการส่งข้อมูลได้เร็วถึง 473 Kbps


 

3G ( Third Generation Mobile Network )

3G นั้นแบ่งเป็นมาตราฐานใหญ่ๆได้  2 มาตราฐานตัวดังนี้

  • CDMA2000 (ปัจจุบันไม่มีใช้แล้ว)
  • UTMS
UTMS ใช้เทคโนโลยีในการส่งข้อมูลที่มีชื่อดังต่อไปนี้
  • WCDMA   เป็นเทคโนโลยี UTMS ในยุคแรกๆ ยังส่งข้อมูลได้ช้า สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ความเร็ว 384 kbps เนื่องจากยังใช้เทคโนโลยี WCDMA อยู่
  • HSPA       พัฒนาต่อจาก WCDMA ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ H ซึ่งทำให้สามารถทำความเร็วได้มากขึ้น อยู่ที่ประมาณ 2-7.2 Mbps
  • HSPA+    พัฒนาต่อจาก HSPA อีกต่อหนึ่งส่งข้อมูลได้เร็วมากขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้ได้ความเร็วอยู่ที่ 21-42 Mbps

3g-4g-differences02


4G  มีความเร็วมากกว่ายุค 3G ถึง 10 เท่า โดยมีความสามารถในการส่งถ่ายข้อมูลและมัลติมีเดียสตรีมมิ่งที่มีความเร็ว อย่างน้อย 100 Mbps และมีความเร็วสูงสุดถึง 1 Gbps

UMB (Ultra Mobile Broadbrand) ที่พัฒนามาจากมาตรฐาน CDMA2000 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในยุค 3G

WiMax (Worldwide Interoperability for Microwave Access) เป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง โดยพัฒนามาจากมาตรฐาน IEEE 802.16 ซึ่งเป็นมาตราฐานเดียวกันกับ Wi-Fi แต่มาตรฐาน Wimax สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 40 ไมล์ ด้วยความเร็ว 70 Mbps และมีความเร็วสูงสุด 100 Mbps

ปัจจุบันนี้มีเพียง 2 เทคโนยีที่ถูกนำมาใช้ในยุค 4G คือ เทคโนโลยี LTE และ Wimax

Facebook Comments